วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

ข่าวระบบปฏิบัติการ : Chrome OS ระบบปฏิบัติการที่ (อาจ) จะเปลี่ยนแปลงโลกอินเทอร์เน็ตไปตลอดกาล

Chrome OS ระบบปฏิบัติการที่ (อาจ) จะเปลี่ยนแปลงโลกอินเทอร์เน็ตไปตลอดกาล


ที่ไปที่มาของ Chrome OS
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว Google ได้ประกาศว่ากำลังพัฒนาโครงการ "Chrome Operating System" หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "Chrome OS" โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการสำรวจข้อมูลของ Google ที่ได้พบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนมากมีความต้องการในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ต้องการที่จะใช้งานอีเมล์ได้ในทันที โดยไม่ต้องเสียเวลารอเปิดเครื่องเป็นเวลานาน และต้องรอเปิดโปรแกรมเบราเซอร์ก่อนจึงจะเข้าถึงอีเมล์ได้
2. ต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วตลอดเวลาเหมือนกับตอนที่ซื้อเครื่องมาใหม่
3. ต้องการเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ทุกทีและทุกเวลาที่ต้องการ
4. ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวในกรณีทำเครื่องคอมพิวเตอร์หายหรือถูกขโมย
5. ไม่ต้องการยุ่งยากกับการสำรองข้อมูล
6. สิ่งสำคัญ คือ "ไม่ต้องการเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการนั่งเซ็ตอัพเครื่องหรือติดตั้งไดรเวอร์อันน่าเบื่อ"
7. สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ "ไม่ต้องการเสียเวลาในการอัพเดทซอฟต์แวร์ทุกๆ เดือน" ข้อนี้ใครใช้วินโดวส์น่าจะทราบดี

ภาพรวมของ Google Chrome OS
Google พัฒนา Chrome OS เป็นโครงการแบบ Open source เพื่อให้เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Lightweight Operating System ที่ทำงานโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรระบบมากเกินความจำเป็น โดยให้ความสำคัญใน 3 เรื่อง ดังนี้
• ความเร็วในการทำงาน (Speed) ผู้ใช้สามารถเข้าถึงหน้าเว็บได้ภายในไม่กี่วินาทีหลังจากเปิดเครื่อง
• ความปลอดภัย (Security) ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องเสียเวลาทำการอัพเดทซอฟต์แว ร์ทุกๆ เดือนเหมือนรับบปฏิบัติการทั่วไป
• การใช้งานง่าย (Simplicity) มีอินเทอร์เฟชเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้งานจริงๆ

สำหรับสถาปัตยกรรมด้านซอฟต์แวร์ของ Chrome OS นั้นมีการทำงานแบบ Web-Based อย่างสมบูรณ์ โดยทุกองค์ประกอบจะทำงานอยู่บนอินเทอร์เน็ต นั้นคือ จะไม่มีซอฟต์แวร์แอพพลิเคชันสำหรับ Chrome OS แม้แต่เครื่องมือต่างๆ ที่รวมอยู่ในตัวระบบปฏิบัติการก็จะเป็นเว็บแอพพลิเคชันทั้งหมด

ระบบฮาร์ดแวร์ที่รองรับ Chrome OS
Chrome OS สามารถทำงานได้ทั้งบนแพลตฟอร์มแบบ x86 และชิปเซ็ต ARM นอกจากนี้ Google ยังได้ร่วมมือกับบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่เป็นผู้ผลิต Netbook อีกหลายราย เพื่อให้แน่ใจว่า Chrome OS สามารถทำงานบน Netbook ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : http://www.oknation.net/blog/itpro/2009/11/25/entry-1

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

รู้จัก ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons)

Creative Commons (CC) : ครีเอทีฟคอมมอนส์


คือ สัญญาอนุญาตเผยแพร่ที่เกิดขึ้นเป็นทางเลือก ให้แก่ผู้สร้างสรรค์ผลงาน และอนุญาตให้ผู้อื่นนำไปดัดแปลง ทำซ้ำได้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ระบบเปิดที่กำลัง ฮิตมากบนโลกอินเตอร์เน็ต เพราะมันคือการให้คนได้แบ่งปันความคิดและวัตถุดิบที่มี สู่ผู้คนอื่นๆ ในวงกว้าง ให้ข้อมูลได้ไหลเวียนในสังคม ซึ่งครอบคลุมไปถึง งานเพลง งานภาพเคลื่อนไหว งานเขียน หรือภาพถ่าย


ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดย ลอว์เรนซ์ เลสสิก ซึ่งปัจจุบันบริหารงานโดย โจอิจิ อิโต
(จอย อิโต)


องค์กรนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2001 และเริ่มต้นการทำงานครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี 2002 ซึ่งระบบการทำงานของ CCจะสามารถแสดงข้อกำหนดทางด้านลิขสิทธิ์ได้ถึง 3 แบบจากการทำงานในแบบอัตโนมัติผ่านทาง code ของ www.creativecommons.org คือ


1. Common Deeds เป็นรูปแบบที่บุคคลทั่วไปสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่าย และมี Icon ประกอบเห็นชัดเจน
2. Legal Code เป็นรูปแบบที่เขียนขึ้นในภาษาทางด้านกฏหมาย และสามารถนำไปอ้างอิงในชั้นศาลได้


3.Digital Code เป็น code ที่สามารถนำไปฝังไว้ เพื่อให้ search engine ต่างๆ สามารถตรวจพบข้อกำหนดต่างๆ ของการอนุญาตให้ใช้สิทธิได้ตามมาตรฐานของ CC


รูปแบบของการแบ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 หมวดดังต่อไปนี้


- Attribution งานชิ้นนี้สามารถที่จะคัดลอก เผยแพร่ เปิดเผย แสดง และสามารถดัดแปลงผลงานชิ้นนี้ได้ แต่ต้องมีการระบุที่มาว่าต้นฉบับเดิมนั้นมาจากแหล่งใดและใครเป็นเจ้าของในชิ้นงานนั้นๆ


- No Derivative Works. งานชิ้นนี้สามารถที่จะคัดลอก เผยแพร่ เปิดเผย แสดงได้ตามรูปแบบเดิมเท่านั้น ไม่สามารถนำไปดัดแปลงเพื่อนำไปใช้งานในกรณีใดๆ


- Noncommercial. งานชิ้นนี้สามารถที่จะคัดลอก เผยแพร่ เปิดเผย แสดง และสามารถดัดแปลงผลงานชิ้นนี้ได้ แต่สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในชิ้นงานที่ไม่แสวงหาผลกำไรเท่าันั้น


- Share Alike. อนุญาตให้เผยแพร่งานดัดแปลงจากชิ้นงานเดิมได้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของชิ้นงานเดิมทุกประการ
* Share Alike จะมีผลเพียงงานที่สามารถนำไปดัดแปลงได้เท่านั้น ไม่สามารถจะใช้งานควบคู่กันระหว่างShare Alike และ No Derivative Works ได้


เป้าหมายสูงสุดของครีเอทีฟคอมมอนส์ ทั้งในตอนนี้และอนาคต คือการสร้างรูปแบบการสงวนสิทธิ์ที่ยืดหยุ่นและสมเหตุสมผล ท่ามกลางโลกที่มีระบบการสงวนสิทธิ์เต็มรูปแบบอย่างเข้มงวดโดยปริยาย

ที่มา :